กลายเป็นบล็อคที่เขียนเดือนละครั้งไปซะแล้ว ;___;
ช่วงเดือนที่ผ่านมาชีวิตก็เรียบๆเรื่อยๆ จนมากระทั่งปลายเดือนจนถึงต้นเดือนนี้ล่ะ
ที่อะไรๆก็วุ่นวายขึ้นเรื่อยๆอย่างบ้าคลั่ง เริ่มจากเรื่องมีสาระก่อนละกันเนอะ
เรื่องแรก ตั๋วเครื่องบิน ได้มาแล้ววว
ในที่สุด!! ก็จะเดินทางแล้ว เพิ่งซื้อตั๋วเครื่องบินวันนี้ ย้ำว่าวันนี้ !!!
(วันนี้ของข้าพเจ้าคือ 8 กพ. ใช้เวลาเขียนบล็อกนานสามวัน =__=)
ไม่ซื้อสักอาทิตย์ก่อนไปเลยล่ะ สาลี่ T^T เดินทางโดย korean air
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ เวลา 00.15 ถึง 7.25 น แล้ววันกลับเป็น 15 ธันวาก่อน ตั๋วอายุหนึ่งปี
ราคาที่จ่ายไปก็ 28,850 บาท เลือดซิบเลยทีเดียว
เฮ้อ สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ตั๋วโลว์คอสอย่างที่เคยตั้งใจไว้ตอนแรก เพราะจินแอร์เต็ม
สายการบินอื่นก็ราคาเท่าๆกับตั๋วไม่โลว์คอส มาปิ๊งวั้บกับ t’way
แต่ดั๊นเปลี่ยนแปลงระบบขั้นใหญ่ ตารางบินปีหน้าไม่ออก เลยซื้อตั๋วปีไม่ได้
ทั้งโทรไปอ้อนวอนแล้ว ปนข่มขู่แล้ว จน call center t’way
น่าจะจำเคสของผู้หญิงเสียงดุๆที่ชื่อดวงตาได้แล้วล่ะมั้ง (หัวเราะ)
ล่าสุดให้พี่ปาล์มโทรไปอีกรอบ เผื่อตารางบินปีหน้าออก
ทาง call center ก็เหมือนจะรับรู้ได้ว่าต้องเป็นหมู่เพื่อนพ้องของดวงตาแน่นอน 55555
เรื่องที่สอง การโอนค่าเทอมไปเกาหลี ด้วยธนาคารไทยพาณิชย์
ที่เลือกใช้ธนาคารและยอมเสียค่าธรรมเนียม
(ค่าธรรมเนียมการโอนของ scb เป็น 1300 บาท โดยคิดเป็น
ค่าธรรมเนียมการโอนในไทย 500 และค่าธรรมเนียมที่เกาหลี 800 บาท )
ก็เพราะว่าเงินที่เราโอนไป เป็นไม่ใช่น้อยนะคะเป็นหลักหลายหมื่นปลายๆเกือบแสนทีเดียว
เพื่อความปลอดภัยจึงแนะนำการโอนผ่านธนาคารดีกว่าล่ะ
และเมื่อปลายเดือนที่แล้วก็ไปจ่ายค่าเรียนที่ scb สาขาสยามมา
เพราะคิดว่าสาขาสยามน่าจะอินเตอร์เทคโนโลยีมากกว่าสาขาอื่น
แต่ก็คิดผิดอ่ะนะ นอกจากซวยเนื่องจากเรทเงินดอลล์ที่สูงลิบลิ่วของวันนั้นแล้ว
ทางธนาคารยังไม่มี transfer rate เรทเงินเวลาโอนเงินต่างสกุล ให้เราอีก
เค้าก็เลยเทียบเป็น buying rate เรทซื้อขายหน้าธนาคารแทน
แล้วค่าเงินวันนั้น 0.031 เชียว พอคำนวณเสร็จแทบหน้ามืดจะเป็นลม
เพราะเค้าประมาณมาให้เกือบเก้าหมื่นบาท เดือดร้อนเป็นอันมาก
จนโทรศัพท์เร่งด่วนไปหาพี่นี้ด สรุปเป็นอันว่า ทาง scb เลยให้อิชั้นอนุมานตัวเอง
เป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารประมาณ transfer rate เอง
เราก็เลยมั่วไปว่า 0.028 ละกันนะคะ ก็เลยผ่านมาได้อย่างเหงื่อตก
แต่ไม่ต้องกังวลไป ในอีเมลล์ที่เค้าระบุเรื่องการจ่ายตังเค้าก็บอกมาแล้วล่ะว่า
ถ้าจ่ายเกินหรือขาดก็ไม่เป็นไรนะ ค่อยไปให้เพิ่ม หรือ ขอคืนที่หลังได้
เมื่อเราไปถึงเกาหลีแล้ว แต่ก็อย่าให้มันมากเวอร์แบบค่าเรียนจริงแปดหมื่นบาท
เราโอนไปหกหมื่นบาทอะไรอย่างนี้มันก็ไม่ไหวเกิ๊น อ้อ หลักฐานการจ่ายค่าเรียนก็ต้องมี
สมุดบัญชีธนาคาร บัตรประชาชน เอกสารรับเราเข้าเรียน
และแจ้งค่าเทอมจากมหาวิทยาลัย ซึ่งของเราเป็นอีเมลล์ แล้วก็พาสปอร์ต
ตัวพาสปอร์ตนี่ เราไม่ได้เอาไปนะ แต่ที่จริงแล้วทางธนาคารบอกว่า มีจะดีกว่า
แต่เราลืมอ่ะ T_T สรุปเป็นวันที่สาลี่เจ็บปวดมากทีเดียว ทั้งเรทเงินดอลแพงกว่าวันอื่นๆ
แถมเจ้าหน้าที่ scb ที่นึกว่าหล่อ แอบปลื้มใจว่าอย่างน้อยก็มีอะไรชุ่มชื่นหัวใจ
ที่ไหนได้เป็นเกย์เฉยเลย เสียใจ ;___;
หลังจากจ่ายเงินแล้วก็สแกนสลิปส่งให้ซอกัง จำได้ว่าตั้งแต่วันศุกร์
แล้วพอวันอังคารก็ยังกริบ ตอนนั้นใจเสียไปแล้วนะ เพราะวันที่ไปจ่ายเงินที่ scb
พี่ที่เป็นเกย์คนนั้น -,,- ก็บอกว่า ปกติโอนเงินไปต่างประเทศ
เค้าควรมีเอกสารการแจ้งจ่ายที่เป็นทางการ อย่างเป็นมหาวิทยาลัย น่าจะมีเอกสาร
บวกตราปั๊มมหาวิทยาลัยอะไรเยี่ยงนี้ แต่หลักฐานที่เราเอาไปเป็นอีเมลล์ธรรมดามาก
ก็เลยส่งเมลล์ไปย้ำอีกทีว่า โอนเงินไปแล้วนะ ยังเช็คยอดไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
ช่วยมีการตอบรับหน่อย คราวนี้ไม่ถึงห้านาทีก็ตอบกลับมาว่าได้รับเรียบร้อย
ขาดไปเล็กน้อย ประมาณสองหมื่นนิดๆวอน และในเย็นวันนั้นเอง
ก็ได้จดหมายตอบรับแบบเป็นทางการจากซอกังมาทันที
อ้าวพี่ส่งจดหมายให้หนูแล้วก็ไม่บอก ให้หนูร้อนใจแทบตายยย
ส่งเมลล์มาสักนิดให้หนูก็ได้นะคะ!! จบไปอีกหนึ่งภารกิจแบบเพลียๆ
เรื่องที่สาม จองหอพัก
เราเลือกห้องพักเป็นโกซีวอน ข้อดีของมันคือ ไม่มีวางเงินประกัน
รวมค่าน้ำค่าไฟ มีมาม่า ข้าว และกิมจิให้
แต่ข้อเสียคือ ห้องมันเล็กมากๆๆ สองสามก้าวก็ทั่วห้องแล้ว
โดยเราสามารถดูพวกโกซีวอนต่างๆได้จากเว็บประมาณนี้
http://www.gosi1.net/
http://www.gosione.net/
ก็เลือกดูหอที่ติดกับมหาวิทยาลัยที่เราเรียน จะได้เดินทางง่ายๆ
แต่เว็บไซต์พวกนี้จะคิดค่านายหน้า เพราะงั้นเราเข้าไปดูเฉยๆว่ามีโกซีวอนอะไรที่น่าสนใจ
แล้วดู contact ว่าบอกเว็บไซต์ไว้หรือเปล่า แล้วก็ติดต่อกับทางโกซีวอนเองดีกว่า
เว็บไซต์โกซีวอนและหอพัก ล้วนแต่เป็นภาษาเกาหลีทั้งนั้น แต่เวลาถามในเมลล์
หรือในหน้ากระทู้เราว่าน่าจะเขียนภาษาอังกฤษได้นะ ในส่วนนี้พี่ปาล์มจัดการ
และช่วยๆกันตัดสินใจเลือกได้ออกมาเป็นที่นี่
http://o2oneroomtel.com/sk/
ได้ห้องมาสามห้อง เป็นวอนรูมมีห้องน้ำในตัว มีหน้าต่างออกนอกตึก 1 ห้อง
และหน้าต่างออกทางเดิน 2 ห้อง ราคาอยู่ที่ 370,000 วอน และ 380,000 วอน ต่อเดือน
ราคานี้ถือว่าไม่แพงถ้าเทียบกับหออื่นๆที่ดูราคามา ถ้ามีห้องน้ำในตัวมักจะสี่แสนอัพ
จากรูปหน้าตาดูดีมากเลย แต่ของจริงก็คงไม่ได้ดีขนาดนั้น
เว็บไซต์ส่วนใหญ่ชอบขยายภาพให้ห้องกว้างๆด้วย แต่โชคดีที่คนดูแลหอที่นี่
พอรู้ว่าเราเป็นต่างชาติ ก็สไกป์ให้ดูห้องของจริงซึ่งสภาพไม่ได้ต่างจากรูปไปมากมายนัก
เราบอกทางนั้นว่าจะอยู่ 1 เดือนไปก่อนแล้วค่อยให้คำตอบว่าจะอยู่ต่อหรือไม่
คือมันต้องได้อยู่จริงๆ ถึงจะรู้ใช่ไหมล่ะว่าดีหรือไม่ดีอะไรยังไง
พร้อมโอนเงินไปจองห้องละ 50,000 วอน คราวนี้ใช้บริการรับจ้างโอนเงินไปเกาหลี
จากคนที่พี่เมกี้รู้จัก เพราะจำนวนเงินไม่เยอะมากเท่าไหร่ สุดท้ายก็มีที่ซุกหัวนอนซะที
เรื่องที่ 4 เรื่องสุดท้ายของเรื่องมีสาระ คือวีซ่า
และแล้วก็ได้ทำวีซ่าในประเทศไทย >< มาเกริ่นเบาๆเรื่องวีซ่า กันตัวเองลืมด้วยอ่ะนะ
ปกติคนไทยจะได้สิทธิวีซ่าท่องเที่ยว สามารถอยู่เกาหลีได้ไม่เกิน 90 วัน
เค้าเรียกกันว่า วีซ่า C-3 ซึ่งได้อัตโนมัติไม่ต้องติดต่ออะไรเลย
ใครที่ลงเรียนภาษาคอร์สเดียว มันจะกินเวลาประมาณ 2 เดือนครึ่ง
ก็จะใช้วีซ่าท่องเที่ยวเข้าประเทศไปก็ได้ ไม่ผิดกฏแต่อย่างใด
แต่ถ้าลงเรียนระยะยาว มากกว่าสามเดือนขึ้นไป จะต้องทำวีซ่านักเรียนของประเทศเกาหลี
วีซ่าอายุหกเดือน จะเรียกว่า วีซ่า D-4
วีซ่าอายุ 1 ปี จะเรียกว่า วีซ่า D-2
สำหรับอย่างเราๆที่ไปเรียนภาษา ก็จะทำได้แค่วีซ่าอายุหกเดือน
และต้องสมัครคอร์สเรียนกับมหาวิทยาลัยไปสองคอร์สรวดด้วยถึงจะยื่นได้
หากใครจะเรียนเกินกว่านั้นก็ไปต่ออายุวีซ่าที่เกาหลีได้อีกนะ
หรือที่จริงถ้าใครที่ไม่สะดวกทำที่ไทยก็สามารถไปทำที่เกาหลีได้ โดยเข้าประเทศ
เป็นวีซ่าท่องเที่ยวธรรมดาไปก่อน เรียนๆไปเสียคอร์สนึง แล้วสมัครคอร์สใหม่
จากนั้นก็ค่อยไปยื่นขอวีซ่า D-4 ที่เกาหลีได้เหมือนกัน ต้องเสียค่าธรรมเนียม
ประมาณ 60,000 วอน ถ้าจำไม่ผิดนะ แต่เราทำที่ไทยเนี่ยล่ะ เพราะมันฟรีจ้า
เอกสารในการขอยื่นวีซ่า เราไม่รู้ของคนอื่นเป็นยังไง แต่อันนี้ของเราเอง

1. เอกสารของทางมหาวิทยาลัยอันได้แก่ ใบที่ไว้สำหรับยื่นวีซ่า เอกสารรับเราเข้าเรียน
และใบเสร็จค่าเล่าเรียน เค้าจะส่งมาให้พร้อมกันทั้งหมดหลังจากจ่ายค่าเล่าเรียนไปแล้ว
2. พาสปอร์ตจริงๆ และสำเนาพาสปอร์ต
3. สำเนาทะเบียนบ้าน
4. ทรานสคริปต์ภาษาอังกฤษตัวจริง
5. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง
6. สำเนาสมุดธนาคารหน้าแรกกับหน้าสุดท้าย
7. หนังสือรับรองการเงิน ออกโดยธนาคารนะจ้ะ
แบบเดิมกับที่ใช้สมัครเรียนนั่นล่ะ ให้ระบุยอดเป็นดอลลาร์
8. แบบฟอร์มการขอวีซ่า ไปกรอกสดที่สถานทูตเลย
9. รูปถ่ายขนาดสองนิ้ว รูปนึง
ทั้งนี้ทั้งนั้นเราระบุรายละเอียดไปว่า ผู้ที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายคือตัวเอง
และยื่นบัญชีธนาคารตัวเองไป แต่ถ้าใครที่ระบุว่าพ่อแม่จัดการค่าใช้จ่าย
อาจจะต้องมีหลักฐานอื่นๆ อาทิ สำเนาบัตรประชาชนและหนังสือรับรองการทำงานพ่อแม่
หนังสือรับรองการเงินบัญชีพ่อแม่เพิ่มขึ้นมาอีกได้ เมื่อเตรียมเอกสารอันมหาศาลเหล่านี้
แล้วก็นำไปยื่นที่สถานทูตเกาหลี อยู่ใกล้ๆสยามนิรมิต เราเองนั่งรถไฟใต้ดิน
ลงศูนย์วัฒนธรรมออกทางออกที่ 4 แล้วต่อแท็กซี่โลด ไม่ไกลมาก ประมาณสี่สิบบาท
แต่ถ้าเดินก็หัวแดง หน้าดำได้ เวลายื่นตั้งแต่ 8.30 – 10.30 น. ห้ามเลทนะคะ!!!
อยากบอกว่าโชว์โง่ไปเลทแล้วด้วย ผลคือต้องมายื่นใหม่อีกวัน ให้กดบัตรคิว กรอกเอกสาร
รอเรียกให้ยื่น เจ้าหน้าที่จะเช็คๆเอกสารและถามหาอันที่จำเป็นเพิ่ม
ขาดตกตรงไหนก็นำมาให้วันที่สัมภาษณ์ได้ ตรวจสอบเอกสารเสร็จก็นัดวันที่สะดวกสอบ

เราได้วันที่ 13 กุมภานี้ เวลาสัมภาษณ์ก็ 13.30 – 16.30 น.
ตอนนี้ก็ยังไม่ได้สัมภาษณ์เลย ใจตุ้มๆต่อมๆ ไม่ผ่านขึ้นมาทำไงเนี่ย เฮือก!!!
เรื่องที่ 5 อัพเดทนัมจา
ยอมรับว่าช่วงนี้ตามน้องบอยเฟรนด์น้อยลงนิดหน่อย เพราะไปดูอีกหลายๆวง 555
กรี้ดกร้าดกับน้องทีนท็อปที่ได้ที่ 1 ในรายการเพลงแล้ว แม้จะแค่วีคเดียว
แต่สำหรับพี่นี่ตื่นเต้นสุดขั้นแล้วนะ และก็ไปกรี้ดกร้าด กับวงเดบิวต์ใหม่ชื่อ B.A.P
เพลงมันเพราะ ฮิบฮอฟ มันเร้าใจ เพื่อนๆหลายคนก็ตกบ่วงวงนี้ไปเป็นที่เรียบร้อย
แต่ยังไงน้องบอยเฟรนด์ก็ยังเป็นอันดับต้นๆในใจพี่นะ อิอิ
อ่อ ตอนนี้บอยเฟรนด์มีรายการเรียลลิตี้ชื่อว่า boyfriend w academy

เป็นรายการที่ฝึกฝนให้ไอดอลเป็นที่รู้จักในระดับ worldwide มีภารกิจให้เรียนภาษาต่างๆ
ฝึกความอดทน (ออกแนวไปฝึกรด. -*-) เจอเพื่อนชาวต่างชาติ มีลงคลิปให้แฟนๆโหวต
โอ้ยมากมายเหลือคณา ทำให้เรารู้ตัวตนของหลานๆได้มากขึ้นจมเชียว 555
นอกจากนี้ที่ไทยกำลังจะจัดการ korean wave music ในวันที่ 7 เมษายน
และหลานก็เป็นหนึ่งรายชื่อศิลปิน ที่ประกาศออกมาแต่แรกๆซะด้วย
เสียดายยยยยยยยยย อยากดูในไทยจัง
ต่อมาเป็นเรื่องชายนี่ บล็อกของเดือนก่อนเราก็พูดเรื่องการคัมแบ็คชายนี่
มาเดือนนี้ทุกอย่างก็ยังเงียบกริ๊บต่อไป ออกมาสัมภาษณ์ตลอดว่า soon จ้า soon
แต่ก็เงียบมากจ้า ก็เลยทำใจแล้วว่า คัมมะไหร่ก็คัมเต้อะจ้า ไม่ตั้งใจรอแล้วก็ได้ แป่ววว
แต่จู่ๆก็ประกาศละครเพลงเรื่อง catch me if you can โดยมีน้องคีย์แสดงนำ

catch me if you can เป็นหนังสือที่เราชอบมาก จำได้ว่าซื้อมาสะสม
ตั้งแต่ออกเป็นเล่มไทยใหม่ๆ แล้วก็ดูภาพยนตร์ที่ลีโอนาโด้เล่นก็ยิ่งชอบ
มาคราวนี้เป็นน้องคีย์ที่จะเดบิวต์เป็นพระเอกละครเวทีด้วย ก็ยิ่งน่าดูขึ้นไปใหญ่ ><
ที่จริงมีจองฮุน ชายยูล คนที่เราเคยชอบเล่นด้วยนะเนี่ย
คือตัวแฟรงค์คีย์จะมีห้าคนเล่นด้วยกันสลับกันไปในแต่ละรอบล่ะ แต่ก็ไม่ไหวแล้วจ้ะ
ซื้อบัตรรอบเดียวชีพก็หาไม่แล้ว ขอโทษนะ จองฮุนนี่ T___T
ตอนนี้ซื้อบัตรทางออนไลน์ไปแล้ว เงินกำลังจะหมุนไป กำลังจะหมุนไป
ตกลงคือไปดูรอบวันที่ 4/4 กับฝ้าย เวลา 4 โมงเย็น (แหม้ เลขสวยไปไหน)
รู้สึกเอนทรี่โพสนี้จะยาวมากแล้ว แล้วจะมาอัพใหม่ในเร็ววัน
ปล. เพลงที่ชอบมากช่วงนี้ ของพี่เว่นนนน โปรดักซ์โดยลุงผัก
Recent Comments